บริการ ตัด-ดัด เหล็กเสริมคอนกรีต และหล่อชิ้นส่วนคอนกรีตสำเร็จรูป

ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมประเภทนิติบุคคล เลขทะเบียน  3296/68

ออกโดยสภาวิศวกร

Cut and Bend Services : 0634214868 Precast Concrete Element : 0816235199

“ไม่ได้ขายแค่เหล็ก… แต่ขายความมั่นคงที่ตรวจสอบได้”

เหล็กตัด-ดัด/ฟุตติ้งสำเร็จรูป Rhino Rebar มอบใบรับรองการรับน้ำหนักบรรทุกปลอดภัยที่ยืนยันโดยวิศวกรโยธา

การจัดเหล็กเสริมต้านทานแรงแผ่นดินไหว(ACI 318-99, UBC-1994)

1. เหล็กเสริมในคาน การจัดรายละเอียดเหล็กเสริมในคาน มีดังนี้

  ก) การหยุดเหล็กเสริมตามยาวของคานที่เสาต้นนอก จะต้องยื่นเหล็กเสริมจนถึงแกนเสา ส่วนนอกสุด     และงอเหล็กเสริมเผื่ออีกเป็นระยะอย่างน้อย  Ld  เพื่อให้สามารถรับแรงดึงได้ดี

ข) จุดการต่อทาบเหล็กเสริมตามยาวจะต้องอยู่ห่างจากผิวรอยต่อของคานและเสาอย่าง น้อย 2 เท่าของ ความลึกคาน  ห้ามต่อทาบเหล็กภายในบริเวณข้อหมุนพลาสติกและบริเวณจุดต่อเสา – คาน ทั้งนี้เพราะเหล็กเสริมในบริเวณนี้อาจจะรับแรงดึงสูงเกินจุดคลากได้ และมีแรงกระทำซ้ำในลักษณะกลับ ไป – มาด้วย

ค) เหล็กปลอกเสริมรับแรงเฉือนมีอยู่ 2 ช่วง คือ  S1    บริเวณข้อหมุนพลาสติก ซึ่งจะต้องเสริมเหล็กหลอกที่แน่นเป็นพิเศษ ตามข้อกำหนด  เป็นระยะอย่างน้อย 2 เท่าของความลึกคานและ   S2   บริเวณนอกเขตข้อหมุนพลาสติก  ซึ่งจัดเหล็กปลอกตามแบบปกติดังแสดงรายละเอียดในรูปที่  1

2. เหล็กเสริมในเสา การจัดรายละเอียดเหล็กเสริมในคาน มีดังนี้

  ก) การต่อทาบเหล็กยืน จะต้องต่อภายในช่วงระยะกึ่งกลางเสาเท่านั้น ห้ามต่อทาบเหล็ภายในระยะ ความยาว Lo จากข้อต่อเสา – คาน  ดังแสดงในรูปที่  2  เนื่องจากที่บริเวณข้อต่อเสานี้มีค่าโมเมนต์ดัดสูง

ข) เหล็กปลอกเสริมรับแรงเฉือนมีอยู่ 2 ช่วง คือ Sx บริเวณส่วนบนและส่วนล่างของข้อต่อเสา-คาน ภายในระยะความยาว Lo จากผิวรอยต่อ ซึ่งจะต้องเสริมเหล็กปลอกที่แน่นเป็นพิเศษตามข้อกำหนด และ St บริเวณช่วงกลางเสานอกเขตระยะความยาว  Lo ซึ่งจัดเหล็กปลอกตามแบบปกติ

ค) สำหรับเสาภายในข้อต่อเสา – คาน จะต้องเสริมเหล็กปลอกตามข้อกำหนด ดังนี้

– หากความกว้างของคานมากกว่าหรือเท่ากับ 3/4 เท่าของควาามกว้างของเสา ให้จัดระยะเหล็กปลอกเป็น 2Sx

– สำหรับกรณีอื่น ใช้ระยะเหล็กปลอกเท่ากับ Sx

3. การจัดเหล็กปลอกเสริมในคานและเสา

  การจัดเหล็กปลอกเสริมในคานและเสา มีรายละเอียดดังแสดงในรูปที่  3 – 4

เกณฑ์การออกแบบ (Design Criteria)*

  3.1  U   =   1.7D + 2.0L

  3.2   U   =   0.75(1.7D + 2.0L + 2.0W)

  3.3  U   =   0.9D + 1.3W

  3.4  U   =   0.75(1.5D + 2.0L + 2.0E)

  3.5  U   =   0.9D + 1.3E

ความรุนแรงตามมาตราริกเตอร์ เทียบกับ มาตราเมอร์คัลลี*

1.1 – 3.0 = I 

3.0 – 3.9 = II – III 

4.0 – 4.9 = IV – V

5.0 – 5.9 = VI – VII

6.0 – 6.9 = VII – IX

7.0 + = VIII หรือมากกว่านั้น

การแบ่งประเภทของสมรรถนะต้านทานแผ่นดินไหว*

เขตเสี่ยงแผ่นดินไหวสัมประสิทธิ์ของความเข้มของแผ่นดินไหว (Z)
*UBC 1985, กฎกระทรวง 2550**UBC 1988 ถึง UBC 1997
4 1.0 0.4
33/4 = 0.75 0.3
2A3/8 = 0.375 0.2
2B3/8 = 0.375 0.2
13/16 = 0.1875 0.075

*UBC 1985 ใช้ค่าเท่ากับ 1.0 สำหรับเขตที่แผ่นดินไหวรุนแรงที่สุด และใช้ค่าลดเป็นสัดส่วนลงมา

ขอขอบคุณข้อมูล https://ocms.airportthai.co.th/?route=article&id=48